"

Image Hosted by CompGamer Image Host      Image Hosted by CompGamer Image Host
กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
4. อย่าประมาทฝนตกปอยๆ

     แม้ว่าฝนจะเพิ่งตกใหม่ๆหรือเพิ่งหยุดไปก็ตามที ถนนที่เปียกเพียงเล็กน้อยก็อาจก่อให้เกิดการลื่นไถลได้ ดังนั้นจึงควรใช้ความระมัดระวังและความเร็วที่เหมาะสมเช่นกัน อีกทั้งถนนบางสายอาจมีคราบน้ำมันเคลือบอยู่บนผิวถนน ซึ่งจะทำให้ถนนลื่นกว่าปกติด้วย



     5. ไม่ควรหยุดรถบนไหล่ทาง

     การหยุดรถบนไหล่ทางอาจก่อให้เกิดอันตรายจากรถที่ขับอยู่เลนซ้ายได้ เนื่องจากผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วสามารถมองเห็นรถที่จอดอยู่ได้ลำบากขณะฝนตก ทางที่ดีควรค่อยๆ ขับต่อไปโดยใช้ช่องทางซ้าย



     ขอบคุณข้อมูลจาก Goodyear
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

เทคนิค 5 ข้อจอดรถในวันทำบุญให้ปลอดภัย?

  ในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนาแบบนี้ หลายคนต่างก็มีแผนเดินทางไปร่วมทำบุญตามวัดหรือสถานที่สำคัญต่างๆกันอย่างคับคั่ง
หากใครขับรถไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเจอกับปัญหาการจอดรถ ไม่ว่าจะที่จอดเต็มบ้าง, รถแน่นจนเกิดเฉี่ยวชนกันบ้าง
หรือซ้ำร้ายอาจโดนทุบกระจกฉกชิงของมีค่าไปก็ได้

   จึงขอแนะนำ 5 เทคนิคการจอดรถในวันสำคัญมาฝากกันครับ

     1. จอดรถในที่ที่มีแสงสว่างเพียงพอ

     เข้าใจดีว่าลำพังแค่จะหาที่จอดรถว่างๆ ในช่วงกลางค่ำกลางคืนก็ลำบากพออยู่แล้ว แต่หากเลือกได้ก็ควรจอดรถในที่ที่มีแสงสว่าง
เพียงพอ เพราะอย่างน้อยโอกาสเสี่ยงที่รถของคุณจะถูกทำมิดีมิร้ายก็มีน้อยกว่า เช่น การโจรกรรมหรือการถูกเชี่ยวชน เป็นต้น



     2. ไม่ทิ้งของมีค่าไว้ในรถ

     ไม่ว่ารถของคุณผู้อ่านจะติดฟิล์มกรองแสงดำมืดขนาดไหน ก็ไม่ควรทิ้งของมีค่าไว้บนเบาะหรือจุดที่เห็นได้ชัดเจนแม้แต่ใต้เบาะนั่ง
เพราะหากโจรนำไฟฉายมาส่องก็สามารถมองเห็นภายในรถได้อย่างง่ายดาย ทางที่ดีควรเก็บของมีค่าไว้ในช่องเก็บของ
หรือห้องเก็บสัมภาระท้ายรถไปเลยจะดีกว่า



     3. ดูให้แน่ใจว่าไม่จอดขวางใคร

     หลังจากได้ที่จอดรถแล้ว ควรตรวจสอบให้ดีว่าไม่ได้จอดรถขวางทางเข้า-ออกรถคันอื่น เพราะบางครั้งเห็นที่จอดรถว่างๆ
แต่แท้จริงแล้วอาจเป็นทางสำหรับรถผ่านก็ได้ เนื่องจากที่จอดรถบางแห่งไม่มีเส้นแบ่งถนนชัดเจนตายตัว
จึงควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

แต่หากจำเป็นต้องจอดขวาง ก็อย่าลืมปลดเกียร์ว่าง ไม่ดึงเบรกมือ เพื่อให้คนอื่นสามารถเข็นได้ยามจำเป็น
มิเช่นนั้นหากถูกมือดีฝากรอยแผลทิ้งไว้ จะหาว่าไม่เตือน!
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

4. จอดไกลหน่อยถือว่าได้ออกกำลังกาย

     แน่นอนว่าใครก็อยากจอดรถใกล้กับสถานที่ที่กำลังจะไปให้มากที่สุด ซึ่งก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องเผชิญความแออัดของที่จอดรถด้วยเช่นกัน ทางที่ดีหากสามารถนำรถไปจอดไกลหน่อย แต่ได้ที่จอดปลอดภัย สะดวกสบาย ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี แถมยังได้สุขภาพที่ดีจากการเดินอีกด้วย



     5. ไม่จอดรถในที่ห้ามจอด

     ควรพึงระลึกเสมอว่าจะต้องปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการจอดรถในที่ห้ามจอด เนื่องจากอาจกีดขวางการจราจร ส่งผลให้การจราจรติดขัดได้ แบบนี้ไม่รู้จะได้บุญหรือเปล่านะเออ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

รถพีพีวีดัมพ์ราคาแย่งกำลังซื้อ

5 ยักษ์ใหญ่ค่ายรถเปิดศึกพีพีวี งัดกลยุทธ์ราคาสู้ ปลุกกำลังซื้อ ปลายปีคึกรอบใหม่ก่อนปรับภาษี

นายจรวย ขันมณี ประธานกรรมการบริหารบริษัท ยานยนต์ สแควร์ กรุ๊ป ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล แกรนด์ มอเตอร์ เซลส์ 2015 (บิ๊กมอเตอร์เซลส์) เปิดเผยว่า ขณะนี้ตลาดกระบะดัดแปลง (พีพีวี)เป็นตลาดที่น่าจับตามองมากที่สุด
เนื่องจาก 5 บริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ส่งรถพีพีวีลงสู่ตลาดในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้แก่ เชฟโรเลตเทรลเบเซอร์, อีซูซุ มิว-เอ็กซ์,
ฟอร์ด เอเวอร์เรสต์ ใหม่, โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ใหม่ และล่าสุดมิตซูบิชิ ปาเจโรสปอร์ต ใหม่

ทั้งนี้ จากการประเมินคาดว่าเป็นเพราะตลาดรถพีพีวี เป็นตลาดที่เจาะกลุ่มคนกำลังซื้อสูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจไม่มากนัก
จึงมีความเป็นไปได้ว่าค่ายรถยนรายใหญ่จึงหันมาให้ความสำคัญกับตลาดนี้ แต่ทุกค่ายก็ต้องแข่งขันกันอย่างดุเดือดโดยเฉพาะค่ายที่
เพิ่งเปิดตัวล่าสุดงัดกลยุทธ์ราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่งเป็นหนึ่งในจุดขายที่จะดึงดูดความสนใจกลุ่มเป้าหมาย


นายเทะสึโระ อาอิคาวะ ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า
เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2558 ที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดตัวมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ตใหม่ในไทยเป็นครั้งแรกของโลก ราคาเริ่มต้นที่ 1.138-1.450 ล้านบาท โดยตั้งเป้ายอดขายรุ่นนี้ในไทยอยู่ที่ 7,000 คัน และคาดว่าจะส่งมอบได้ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2558 จนกระทั่งถึงมี.ค. 2559
และจะเริ่มส่งออกได้ในช่วงปลายปีนี้ไปยังออสเตรเลีย, อาเซียน, ตะวันออกกลาง, แอฟริกา, อเมริกาเหนือ และ รัสเซีย

นอกจากนี้ ยังมองว่าภาพรวมตลาดรถยนต์ครึ่งปีหลังจะเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้าง แต่ยังไม่ได้รับสัญญาณบวกที่แน่ชัด
แต่หวังว่าการเปิดตัวรถยนต์รุ่นดังกล่าว จะช่วยกระตุ้นตลาดให้มีความคึกคักมากขึ้น.... อ่านต่อได้ที่ : http://www.posttoday.com/auto/news/379673
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

5 ทริค ขับรถยามราตรี จำไว้ให้ดีเพราะมันช่วยคุณได้

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ดูเหมือนจะมีข่าวคราวไม่สู้ดีเกี่ยวกับท้องถนนออกมาพอสมควร โดยเฉพาะอุบัติเหตุ
ที่หนึ่งในนั้นเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ และน่าจะประกอบกับประสบการณ์ที่ยังไม่มากในการขับขี่ทำให้เป็นเรื่องร้ายแรง
จนเรานึกถึงว่าน่าจะมีอีกหลายคนที่ยังด้อยประสบการณ์และความรู้ในการขับขี่นั้นน่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

หลายคนที่เคยขับรถยนต์คงจะไม่ค่อยชอบใจนักกับการขับรถในยามค่ำคืนโดยเฉพาะในยามดึกสงัด
เงียบสงบที่อาจจะชวนจิตหลอนได้ระหว่างทางแต่ถ้าคุณจะขับรถในยามค่ำคืน มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก
และเรามีเทคนิคที่ช่วยให้คุณขับรถในยามราตรีได้อย่างปลอดภัย

01 รู้สถานะตัวเองก่อนขับ



เราไม่ได้บอกให้คุณตั้ง Status แต่การรู้ว่าเรากำลังเป็นอย่างไรก่อนขึ้นขับรถในยามค่ำคืนนั้นคือเรื่องสำคัญ โดยมาก
สิ่งที่เลี่ยงได้ยากสำหรับการขับรถในยามค่ำคืน คือการเหนื่อยล้า บรรยากาศที่เงียบสงบนั้นชวนหลายคน "หลับใน"
ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องสงสัย และถ้าคุณรู้สถานะตัวเองว่า เหนื่อย เพลีย อ่อนล้า ก็ทำให้เราหาทางแก้
เช่นการหาเพลงคึกๆมันส์ๆ ฟัง ช่วยให้กระปรี้กระเปร่ายิ่งขึ้น ไม่มากก็น้อย หรือถ้าไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ก็จอดข้างทาง
พักผ่อนสักนิด โดยเฉพาะ หากคุณเดินทางไกล ช่วยลดความเสี่ยงได้

02 อย่าเข้าใกล้รถที่มีพฤติกรรมแปลกๆ



เมื่อคุณเดินทางยามค่ำคืน สิ่งที่ควรจำคือ แม้คุณจะพร้อม แต่อย่างวางใจในเพื่อนร่วมทาง เพราะเพื่อนร่วมทางนี่แหละที่สำคัญที่สุด
และบ่อยครั้งที่อุบัติเหตุนั้นมีเพื่อนร่วมทางเป็นส่วนสำคัญ

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเวลาขับรถในยามค่ำคืนนั้น คงไม่พ้นการที่ต้องระแวดระวัง โดยเฉพาะรถยนต์ที่เดินทางไปกับเรา
ซึ่งบางครั้งมีพฤติกรรมแปลกๆ เช่นขับเร็วผิดปกติ หรือมีอาการเลื้อย-ส่าย ขับรถไม่ตรงเลน/กินเลนและ เด็กแว้นซ์
จงพึงระวังและทางที่ดี ถ้าเจอเจ้าหน้าที่ด้านหน้า ให้บอกเจ้าหน้าที่ เพราะคุณอาจเป็นส่วนหนึ่งช่วยให้ถนนปลอดภัยมากขึ้นก็ได้
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

03 มองให้ละเอียดก่อนใช้ความเร็ว

   หลายครั้งโดยเฉพาะในต่างจังหวัดนั้น ถนนจะไร้ไฟส่องทาง และเมื่อความมืดเข้ามาเยือนนั้น มันก็ทำให้การสัญจรยิ่งอันตรายมากขึ้น
และหลายครั้งความประมาทของอุบัติเหตุเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความมืดถือเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการขับขี่ ดังนั้น
พยายามมองให้ดี ถ้าไม่มีรถสวนไฟสูงก็สามารถช่วยได้ เช่นเดียวกับไฟตัดหมอก ที่ช่วยเพิ่มระยะการมองเห็นได้
โดยเฉพาะการขับขี่ในต่างจังหวัด


04 ระแวดระวังตามแยกต่างๆ

   ทางตัดและทางแยก ถือเป็นจุดสำคัญในการขับขี่ยามค่ำคืน เนื่องจากเมื่อการจราจรเบาบางจุดเหล่านี้นั้นมักจะกลายเป็นไฟเหลืองกระพริบ
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะสนใจ อันที่จริงไฟเหลืองที่ติดแทนการปล่อยสัญญาณไฟ คือการบอกให้ระวัง และจุดตัดต่างๆเหล่านี้
มันกลายเป็นจุดเกิดเหตุที่บ่อยๆพอๆ กับช่วงทางโค้งอันตราย ซึ่งสามารถป้องกันได้ด้วยการชะลอความเร็ว จะดีกว่า



05 เคารพกฏจราจรอย่าเคร่งครัด

    ยิ่งค่ำคืน แม้ถนนจะโล่งแต่สิ่งที่ละเลยไม่ได้คิอเรื่องของกฏจราจร หลายคนมักจะละเลยการปฏิบัติตามกฏทำให้บ่อยครั้งเป็นต้นเหตุ
ของอุบัติเหตุ หรือไม่ก็เกิดอุบัติเหตุเสียเอง ดังนั้นจำไว้ว่าเคารพกฏให้มากที่สุด เพราะหากคุณไร้ซึ่งกฏโอกาสเสี่ยงก็จะเยอะขึ้นนั่นเอง


    แน่นอนว่าทั้ง 5 ข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องราวพื้นฐานของการขับรถ แต่เมื่อคุณขับรถในยามค่ำคืนการปฏิบัติตามสิ่งที่ควรจะปฏิบัติทั้ง 5
ก็ทำให้คุณปลอดภัยขึ้นไม่มากก็น้อย
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

รถแบตหมด เปลี่ยนเองได้

ถ้าไม่อยากให้รถคุณจอดดับอยู่กลางทางควรเช็กแบตเตอรี่ให้เรียบร้อย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณ
หากต้องไปจอดดับอยู่ในที่เปลี่ยวถึงแม้ไม่เกิดอันตรายก็ต้องมีเสียวกันบ้างโดยเฉพาะคุณผู้หญิง
หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นคงลำบากไม่น้อย  มีวิธีเปลี่ยน แบตเตอรี่ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง


แบตเตอรี่รถยนต์  โดยทั่วไปมี 2 ประเภทหลัก คือ

แบตเตอรี่ “แบบเปียก” ที่ต้องหมั่นเติมน้ำกลั่นชดเชยปริมาณที่สูญเสียไปเพื่อไม่ให้ระดับน้ำกลั่นต่ำกว่าเส้นบอกระดับล่าง
(LOWER LEVEL)
แบตเตอรี่ “แบบแห้ง” ที่ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน ปัจจุบันนิยมใช้ใน รถเก๋ง รถกระบะ ซึ่งมีราคาสูงกว่าแบบแรก
     ทั้ง 2 ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟไปที่ระบบจุดระเบิดในขณะที่สตาร์ทรถยนต์ เพื่อป้อนกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ต่างๆ
ภายในระบบไฟฟ้ารถยนต์ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งพลังงานให้กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกหลายๆอย่าง
เช่น ระบบไฟส่องสว่าง แอร์ วิทยุเครื่องเสียง



     อาการแบตเตอรี่เสื่อม

     แบตเตอรี่เก็บไฟไม่อยู่รถจะสตาร์ทติดยาก บางครั้งสตาร์ทไม่ติดเพราะแบตเตอรรี่หมดอายุการใช้งานไปแล้ว
ต้องซื้อเปลี่ยนใหม่ทันที การเลือกซื้อ “แบตเตอรี่” ไม่ควรที่จะลดขนาดของแอมป์ลงโดยเด็ดขาด
แต่สามารถเลือกที่มีขนาดของแอมป์สูงขึ้นได้โดยประมาณ 10-30 แอมป์จากแบตเตอรี่ของเดิม
โดยคุณสามารถเปลี่ยนแบตเตอรรี่เองได้ง่ายๆ เพียงทำตามขั้นตอนดังนี้



     เตรียมอุปกรณ์

     ประแจไขเบอร์ 10 / ถุงมือยาง / สเปรย์สำหรับฉีดแบตเตอรี่ (ถ้ามี) / แบตเตอรี่ใหม่
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

ขั้นตอนการเปลี่ยนแบตเตอรี่

ใส่เบรกมือ เพื่อป้องกันรถไหล
เปิดฝากระโปรงรถ
ใช้ประแจขันน๊อตออกที่ “ขั้วลบ” แบตเตอรี่
ใช้ประแจขันน๊อตออกที่ “ขั้วบวก” แบตเตอรี่
นำแบตเตอรี่ใหม่มาใส่
ตอนใส่แบตเตอรี่ใหม่ ให้ใช้ประแจขันน๊อตที่ “ขั้วบวก” ก่อนขั้วลบ
เมื่อขันน๊อตจนแน่นหมดแล้ว
     ข้อควรระวัง : ในการทำงานกับแบตเตอรี่ เนื่องจากในแบตเตอรี่นั้นมีสารเคมีอยู่ภายใน เช่น สารตะกั่ว น้ำกรด เป็นต้น
ดังนั้นในการทำงานกับแบตเตอรี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

อาการแบบไหนต้อง ′ตั้งศูนย์-ถ่วงล้อ′?

  การตั้งศูนย์ล้อ คือการทำให้ส่วนประกอบต่างๆ เกี่ยวกับระบบบังคับเลี้ยว ระบบช่วงล่างล้อ และยาง ให้ทำงานสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง
จะทำให้รถวิ่งได้ตรง ไม่ดึงไปทางซ้ายหรือขวา

ปกติแล้วระบบช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวของรถนั้นจะมีชิ้นส่วนต่างๆ มากมายเคลื่อนไหวขณะรถวิ่ง และย่อมสึกหรอ
ทำให้ศูนย์ล้อผิดเพี้ยนไปจากสเปก

     นอกจากนี้ศูนย์ล้อยังขึ้นอยู่กับความสูงของตัวรถกับพื้นถนน และการกระจายน้ำหนักลงบนล้อรถด้วย
รวมถึงอายุการใช้งานของรถทำให้คอยล์สปริง บุช หรือลูกยางต่างๆ ก็เริ่มหมดอายุ

     ศูนย์ล้อไม่ถูกต้องตามสเปก สังเกตได้จากพวงมาลัยจะดึงไปข้างใดข้างหนึ่ง จนทำให้ยางทั้ง 2 ข้างสึกไม่เท่ากัน
ยังส่งผลเสียต่อชิ้นส่วนของช่วงล่างที่มีอายุการใช้งานสั้นลงด้วย จึงจำเป็นต้องตั้งศูนย์ล้อเพื่อให้ได้ค่าตามที่กำหนดไว้ในสเปกของรถ

"มติชน" ยานยนต์ขอนำเสนอการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ เป็นการปรับตั้งมุมต่างๆ ของล้อให้มีค่าใกล้เคียงกับศูนย์มากที่สุด
เป็นที่มาของคำว่าตั้งศูนย์ มุมที่จะต้องตั้งมีอยู่ 3 มุม

     มุมแรกเรียกว่า มุมแคมเบอร์ มุมที่มองจากด้านหน้ารถหรือหลังรถแล้วดูว่าล้อแบะเข้าหรือแบะออก
ถ้าล้อด้านบนที่ไม่ติดพื้นเอียงเข้ามาหากันเรียกว่ามุมแคมเบอร์เป็นลบ จะเห็นมากในรถโหลดและรถแข่ง
จะตั้งมุมล้อทั้งสี่ล้อลบมากๆ เป็นพิเศษ เพื่อบังคับรถได้ง่าย เพื่อให้เกาะถนนเข้าโค้งดี แต่ยางจะกินด้านในเพียงอย่างเดียว
โดยมากรถใช้งานทั่วไปจะตั้งค่าเป็น 0 หรืออย่างมากก็ไม่เกิน -2

     มุมที่ 2 คือ มุมโทอิน (Toe-in) และ มุมโทเอาต์ (Toe-out) ถ้ามองจากด้านบนหลังคารถลงไปแล้วล้อด้านหน้าสุด
ของทั้งสองข้างทำมุมเข้าหากันเราจะเรียกว่าโทอิน (Toe-in) แต่ถ้าด้านหน้าสุดของล้อกางออกจากกัน
แล้วด้านหลังสุดของล้อเข้าหากันเราเรียกว่าโทเอาต์ (Toe-out) โดยมากรถใช้งานทั่วไปจะตั้งเป็นกลาง หรือเป็น 0
หรือบวกลบไม่เกิน 1-2
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

สุดท้ายคือ มุมแคสเตอร์ (Caster angle) คือมุมการวางตำแหน่งล้อ เมื่อมองจากด้านข้างตัวรถ เข้าไปหาตัวรถ
มุมแคสเตอร์จะเป็นมุมของแกนหมุนเลี้ยว เอียงจากแนวดิ่งไปตามแนวยาวของรถ เมื่อแกนหมุนเลี้ยวส่วนบน
เอียงไปทางด้านหลังรถ มุมแคสเตอร์จะมีค่าเป็นบวก (Positive) ในทางตรงข้าม ถ้าแกนหมุนเลี้ยวส่วนบนเอียงไปทางด้านหน้ารถ
มุมแคสเตอร์จะมีค่าเป็นลบ (Negative)

ส่วนการถ่วงล้อคือการเพิ่มน้ำหนักให้กับล้อแต่ละล้อให้เกิดความสมดุลมากที่สุด ล้อที่ไม่สมดุลนั้นจะส่งผลให้พวงมาลัยสั่นสะท้านขณะขับ
ส่งผลเสียต่ออายุการใช้งานของยางและสมรรถนะในการเกาะถนน ระบบช่วงล่างของรถและโช้กอัพ รวมถึงความนุ่มนวลในการขับขี่

     ดังนั้นการถ่วงล้อจะช่วยให้เกิดการกระจายน้ำหนักอย่างถูกต้องของยางและกระทะล้อและจะทำให้ยางเกิดการสึกอย่างสม่ำเสมอ
และส่งผลต่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดีมากยิ่งขึ้นด้วยถ้าให้ดีควรถ่วงทั้ง 4 ล้อ เพราะความไม่สมดุลในทุกๆ ล้อจะส่งผลต่ออายุ
การใช้งานของระบบช่วงล่าง โดยเฉพาะลูกปืนล้อ

     ควรถ่วงล้อเมื่อรู้สึกว่าเวลาวิ่งบนทางเรียบแล้วพวงมาลัยสั่น หรือในการถอดเปลี่ยนยางแต่ละครั้งก็ควรตรวจเช็กความสมดุลของล้อ
หรือถ้าให้ดีควรเช็กล้อและยางเมื่อผ่านการใช้งานไปประมาณ 40-50% เพราะการสึกหรอของยางอาจไม่สม่ำเสมอกัน
ส่งผลต่อการขับขี่ได้

วิธีถ่วงล้อมี 2 แบบ คือ การถอดกระทะล้อออกมาถ่วงสมดุลทั่วไป กับถ่วงแบบจี้ คือ ไม่ต้องถอดล้อออกจากรถยนต์
เป็นการถ่วงสมดุลกระทะล้อ ยาง จานดิสก์เบรก เพลาขับ ลูกปืนล้อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง มักจะทำสำหรับรถถ่วงล้อแบบปกติแล้ว
อาการสั่นยังไม่หาย แต่ปกติการถอดล้อออกมาถ่วงภายนอกก็พอแล้ว
ไฟล์แนบ: คุณไม่สามารถดูไฟล์แนบได้ จำเป็นต้อง เข้าสู่ระบบ แต่ถ้ายังไม่ได้เป็นสมาชิกก็ สมัครสมาชิก ก่อนนะครับ แล้วเรามาร่วมแบ่งปันความสุขกัน
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด
Image Hosted by CompGamer Image Host Image Hosted by CompGamer Image Host