Image Hosted by CompGamer Image Host

Image Hosted by CompGamer Image Host      Image Hosted by CompGamer Image Host
Image Hosted by CompGamer Image Host
กลับไปยังรายบอร์ด โพสต์ใหม่
การดูแลน้ำระบายความร้อน เพียงตรวจโดยการเปิดฝาหม้อน้ำออกถ้าพบว่าน้ำพร่องน้อยลงไปก็ใช้น้ำสะอาดเติมลงไปให้เต็ม ถ้ามีขวดพลาสติกที่เก็บน้ำอยู่และมีท่อเล็กๆ ต่อไปถึงหม้อน้ำ ก็ไม่ต้องเปิดฝาหม้อน้ำค่ะ ให้ดูระดับน้ำที่ขวดเก็บน้ำสำรองแทน เพราะเรื่องนี้ก็ละเลยไม่ได้ค่ะ อาจส่งผลให้เครื่องยนต์เสื่อมสภาพเร็วได้นะคะ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

Image Hosted by CompGamer Image Host
หากไม่อยาก ซ่อมรถ บ่อยๆ ให้หมั่นเช็คสิ่งเหล่านี้อยู่เสมอ
ยางรถยนต์
ยางรถยนต์คือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้รถวิ่งไปได้ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นตรวจสอบยางรถยนต์ทั้ง 4 ล้อ รวมถึงยางอะไหล่ว่าอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งานหรือไม่ มีลมยางของล้อไหนอ่อนกว่าเส้นอื่นๆ ไหม หากพบเจอว่ามีการผิดปกติเกิดขึ้น ให้เราพยายามมองหาร่องรอบของรูรั่ว รอยบาดต่างๆ รอยแตกในยาง หากพบว่ามีปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นให้เรารีบนำรถเข้าอู่เพื่อซ่อมแซมให้เร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเอง
น้ำมันเครื่อง
เราไม่ควรปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งอย่างเด็ดขาด เพราะไม่อย่างนั้นเครื่องยนต์ของรถเราได้พังแน่ๆ ดังนั้นเราจึงควรหมั่นตรวจสอบในส่วนนี้ด้วย โดยวิธีการตรวจสอบก็คือ ให้เราดึงก้านน้ำมันเครื่องออกมาในขณะที่เครื่องยนต์กำลังทำงาน จนถึงอุณหภูมิปกติแล้วดับสักครู่ (1-5นาที) ต่อมาให้เราเช็ดทำความสะอาดตรงส่วนปลายของก้านที่มีน้ำมันเครื่องติดออกมาด้วย  เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้วให้เราทำการใส่กลับเข้าไปที่เดิมอีกครั้ง ทิ้งไว้สักครู่แล้วจึงดังออกมาวัดระดับดูว่ามีน้ำมันเครื่องเหลือปริมาณเท่าใด โดยให้เราดูจากวัดระดับ ซึ่งเราควรจะให้ระดับน้ำมันเครื่องอยู่ในจุด F หรือ FULL จึงจะเป็นการดีที่สุดครับ
ผ้าเบรค
ผ้าเบรกก็เป็นอีกสิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจเพราะเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการขับขี่ของเรา โดยวิธีการตรวจสอบก็เช่น ฟังเสียงรถขณะเบรครถ ว่ามีเสียงเหล็กเสียดสีกันหรือไม่ หากว่ามีแสดงว่าผ้าเบรคของรถเราอาจจะหมดแล้ว เป็นต้น นอกจากวิธีที่เรากล่าวมานี้ยังมีอีกหลายวิธีที่จะสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง แนะนำว่าหากเรารู้สึกไม่มั่นใจว่าผ้าเบรครถเรามีปัญหาหรือเปล่าก็ลองเอารถเข้าอู่แล้วปรึกษาช่างดูจะดีกว่าครับ เพราะหากเปรียบเทียบราคาค่าผ้าเบรคกับความปลอดภัยของเราแล้ว ถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ามากๆ ครับ
น้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำ
การที่เราจะเช็คน้ำยาหล่อเย็นในหม้อน้ำแนะนำว่าควรเช็คในช่วงเช้า ก่อนที่เราจะสตาร์ทเครื่องยนต์ จะเป็นการดีที่สุด หรือหากไม่สะดวกช่วงเช้าก็อาจจะเช็คในช่วงอื่นๆ ที่เครื่องยนต์ไม่มีความร้อนก็ได้เช่นกัน ส่วนวิธีการตรวจเช็คก็คือ ให้เราเปิดฝาหม้อน้ำ หรือถังพักน้ำสำรองออกดู ให้เราดูสี ดูภาพ ของน้ำว่าสัยังดูดีเหมือนตอนแรกอยู่หรือไม่ ระดับน้ำลดลงไปมากขนาดไหน หากว่าระดับน้ำลดลงไปมาก ก็ให้เราเติมด้วยน้ำยาหล่อเย็น เพราะน้ำมันหล่อเย็นจะช่วยป้องกันหม้อน้ำได้ดีที่สุด
แต่หากเกิดเหตุฉุกเฉินจนไม่สามารถหาน้ำยาหล่อเย็นได้ ก็สามารถใช้น้ำเปล่าแทนได้ แต่แนะนำว่าควรใช้วิธีนี้เฉพาะในกรณีฉุกเฉินจริงๆ เท่านั้น รวมถึงถ้าสภาพสีของน้ำในตอนที่ตรวจเช็คดูไม่ดี มีสีของสนิมอยู่มาก ก็ให้รีบเปลี่ยนทันทีเช่นกันครับ
สัญญาณไฟ
สัญญาณไฟก็ถือว่าสำคัญ เพราะว่าเมื่อเราขับขี่รถยนต์นั้น การให้สัญญาณไฟต่างๆ ก็จะเป็นการสื่อสารกับรถคันอื่นๆ ทราบว่าเรานั้นจะทำอะไร เช่น เปิดไฟสัญญาณซ้าย เพื่อสื่อสารว่าเรานั้นต้องการที่จะเลี้ยวซ้าย เป็นต้น ดังนั้นเราจึงควรดูแลไฟต่างๆ ในรถให้อยู่สภาพดีเสมอ ทั้ง ไฟหน้าสูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ไฟถอยหลัง ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ หากพบว่ามีไฟส่วนไหนเสียหายหรือไม่สามารถใช้งานได้ ก็ให้เรารีบเปลี่ยนใหม่โดยเร็ว เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองครับ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

ลมยางรถยนต์ควรเติมเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด?

การเติมลมยางรถเก๋งทั่วไป ควรเติมเท่าไหรจึงจะเหมาะสมที่สุด?

ลมยางรถยนต์เป็นสิ่งเล็กๆ ที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะแรงดันลมยางที่อ่อนหรือแข็ง ส่งผลต่อสมรรถนะการขับขี่อย่างรู้สึกได้ และยังมีผลต่อความปลอดภัยขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงอีกด้วย

แรงดันลมยางที่เหมาะสมสำหรับรถเก๋งทั่วไป ล้อหน้าและล้อหลังควรมีแรงดันลมยางอยู่ที่ 30-32 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) สำหรับการใช้งานปกติ แต่หากต้องบรรทุกผู้โดยสารเต็มอัตรา 5 ที่นั่ง พร้อมสัมภาระท้ายรถ ควรเพิ่มแรงดันล้อหน้าเป็น 33-35 PSI และล้อหลังควรเพิ่มเป็น 37-39 PSI เพื่อรับกับน้ำหนักบรรทุกที่เพิ่มขึ้นมา

ส่วนรถกระบะควรเติมลมยางมากกว่ารถเก๋งปกติ โดยหากไม่มีสิ่งของบรรทุกควรมีแรงดันอยู่ที่ 36-38 PSI และล้อหลังอยู่ที่ 40-42 PSI หากมีน้ำหนักบรรทุกด้านท้ายควรเพิ่มลมยางล้อหลังขึ้นเป็น 49-51 PSI เพื่อป้องกันรถยางระเบิดหากขับขี่ด้วยความเร็วสูง

ทั้งนี้ หากเติมลมยางมากจนเกินพอดี จะลดประสิทธิภาพการเกาะถนนของยาง และทำให้ช่วงล่างแข็งกระด้างมากขึ้น แต่หากเติมลมยางน้อยเกินไป หรือปล่อยให้ยางอ่อน จะเสี่ยงต่อยางระเบิดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงได้ครับ

ทางที่ดีควรหมั่นเช็คลมยางอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง และสังเกตอาการรั่วซึมอยู่เสมอเพื่อความปลอดภัยครับ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

Image Hosted by CompGamer Image Host
สนใจรีไฟแนนซ์ สอบถามได้ครับ
Install by khemtat-l[at]hotmail.com

TOP

กลับไปยังรายบอร์ด
Image Hosted by CompGamer Image Host Image Hosted by CompGamer Image Host